กรมศุลกากร–กรมปศุสัตว์ ผนึกกำลังอายัดตู้ต้องสงสัยเป็น “ขาไก่แช่แข็ง”ลักลอบนำเข้า 32 ตู้ ตั้งแต่ ปลายเดือนมกรา 69ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวกรณีมีตู้สินค้าประเภทขาไก่นำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 32 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง นั้น
เมื่อเวลา 11:00 น วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ. ผูู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง
น.สพ.รัชพล อินทร์สุข รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมปศุสัตว์พบว่า บริษัทผู้นำเข้า สำแดงชนิดสินค้าเป็น Frozen Food ซึ่งทางการสืบสวนของกรมศุลกากรร่วมกับกรมปศุสัตว์ ต้องสงสัยว่าเป็นขาไก่แช่แข็งนำเข้า
โดยมิชอบ

เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำการอายัดตู้สินค้าที่ต้องสงสัยดังกล่าวไว้ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569
จำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ วันที่ 22 มกราคม 2569 จำนวน 26 ตู้คอนเทนเนอร์ และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ตู้ เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาติดต่อเพื่อปฏิบัติพิธีการหรือแสดง
ความเป็นเจ้าของแต่อย่างใด

โดยตู้สินค้าดังกล่าวมีประเทศต้นทางจากประเทศมาเลเซีย น้ำหนักประมาณกว่า
700,000 กิโลกรัม และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน น้ำหนักประมาณกว่า 143,000 กิโลกรัม ซึ่งการนำเข้าของดังกล่าวอาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐาน “สำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560”และ “นำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558” ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้ควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านโรคระบาดและรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของประเทศเจ้าหน้าที่ระบุว่า

การนำเข้าเนื้อสัตว์ต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมเอกสารรับรองแหล่งที่มาและการตรวจโรค หากฝ่าฝืนอาจมีโทษตามกฎหมายการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทเนื้อสัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ ยังบิดเบือนกลไกตลาด
สร้างความไม่เป็นธรรมแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดภายหลังการอายัดสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะร่วมดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม
เพื่อขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนำเข้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด