จันทบุรี#เจ้าคณะผู้ใหญ่ชั้นปกครอง รวมกันตรวจสอบทรัพย์วัดกะทิง หลังอดีตเจ้าอาวาสต้องโทษคดีอาญา พบเงินในวัดหายไปกว่า 100 ล้านบาท
พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล อดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง ยังไม่ยอมให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดกะทิง อ้างไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส ขณะที่ ผญ.บ้าน เผยว่า ความเป็นพระน่าจะหมดไปหลังจากถูกดำเนินคดี

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ที่วัดกะทิง 5 ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี พระครูประดิษฐ์ ศาสนาการ เจ้าอาวาส วัดทุ่งตาอิน เจ้าคณะตำบลพลวง พร้อมคณะพระสังฆธิการ รวมเดินทางตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดกะทิง ภายหลังที่ พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล หรือ พระอาจารย์เงาะ พระลูกวัดกระทิง ได้เข้าไปบริหารทรัพย์สินภายในวัดตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยการเดินทางไปตรวจสอบทรัพย์สินของวัดกะทิงในครั้งนี้ มีชาวบ้านที่เคารพนับถือพระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล ได้เดินทางมาร่วมสังเกตในที่ประชุมกว่า 50 คน นอกจากนี้ยังมีตำรวจชุดสืบจังหวัดจันทบุรี ตำรวจภูธรภูธรเขาคิชฌกูฏ ฝ่ายปกครอง และ กอรม.ได้เดินทางมารักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดความวุ่นวาย

จากนั้น พระครูประดิษฐ์ ศาสนาการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอิน เจ้าคณะตำบลพลวง ได้ชี้แจงเหตุผลที่ต้องเดินทางมา เนื่องจากวัดกะทิง เปรียบเสมือนญาติพี่น้อง ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเขียนดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และจากนั้นการดำเนินการต่างๆ ภายในวัดก็ไม่เหมือนเดิม ดังนั้นการเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อต้องการคลายความสงสัยให้กับสังคม

ทางด้าน พระมหาหงส์สา พระเลขาอดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ของคณะสงฆ์ อาตมาและชาวบ้าน นึกว่าทำการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ แต่หากจะมีตรวจสอบทรัพย์สอบภายในวัด อาตมาเป็นเพียงพระลูกวัดเท่านั้น ส่วนพระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล หรือพระอาจารย์เงาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง ได้เก็บตัวเงียบอยู่ภายในกุฏิ โดยไม่ยอมออกมาพบแต่อย่างไร

จากนั้น พระมหาหงส์สา พระเลขาอดีตเจ้าอาวาสวัดกะทิง ได้ก้มกราบพระครูประดิษฐ์ศาสนาการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอิน เจ้าคณะตำบลพลวง และขอกลับกุฎิทันที่ ขณะที่ชาวบ้านก็ลุกออกจากที่ประชุมเช่นกัน ทำให้บรรยากาศตึงเตรียดไปชั่วขณะ แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรบานปลาย
นายกมล ธนวัฒน์ปัญญา หรือ ผู้ใหญ่มนต์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งเดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์ด้วย เปิดเผยว่า ปัญหาของวัดกะทิง ก่อนขึ้นเมื่อ 7-8 ปีผ่านมา

จากนั้นไม่มีเจ้าอาวาส พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล พระลูกวัดในขณะนั้น ได้เข้ามาบริหารงานภายในวัดทั้งหมด โดยไม่มีการแต่งตั้งไวยวัจกร จากนั้นก็เริ่มสร้างมนฑป ใช้เงินจำนวนหลายาร้อยล้านบาท การก่อสร้างดังกล่าวไม่มีการอนุญาต ไม่มีแบบแปลน ทำให้กรมโยธาธิการและผังเมือง สั่งระงับการก่อสร้าง จากนั้น พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล ก็มีปัญหาการฟ้องร้อง ล่าสุดศาลตัดสินให้แพ้คดี และโทษให้รอลงอาญา ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านสงสัย เพราะหลังจากมีการสก่อสร้างมณฑป มีการซื้อที่ดินอีกหลายแปลง แต่ที่ดินดังกล่าวกลับยังไม่โอนให้เป็นที่ดินของวัด เมื่อมีการสอบถามเรื่องทรัพย์สิน พระครูวิโรจน์ ธรรมานุกุล ก็จะอ้างตนเองไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส






นายไตรรงค์ มีทับทิม/จันทบุรี 0870894201