ผบ.ตร.เปิดอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดระยองหลังใหม่ ทดแทนอาคารที่ทำการเดิมที่ชำรุด ซึ่งใช้งานมายาวนานกว่า 40 ปี พร้อมแจงสาเหตุที่คดีของแตงโมล่าช้า

ผบ.ตร.เปิดอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดระยองหลังใหม่ ทดแทนอาคารที่ทำการเดิมที่ชำรุด ซึ่งใช้งานมายาวนานกว่า 40 ปี พร้อมแจงสาเหตุที่คดีของแตงโมล่าช้า

https://youtu.be/yR3J3udRWoo

 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มี.ค.65 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดระยองอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม รองจเรตำรวจแห่งชาติ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พร้อมกับคณะ กต.ตร.จังหวัดระยอง ข้าราชการทหารตำรวจ ภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติงบประมาณ ประจำปี 2564 ให้กับตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เป็นจำนวนเงิน 46,800,000 บาท เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการใหม่ทดแทนอาคารที่ทำการเดิมที่มีอายุการใช้งานมายาวนานกว่า 40 ปี ซึ่งมีความคับแคบ ชำรุดตามกาลเวลา โดยการก่อสร้างอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดระยองนี้ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.63 และดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 17 ก.พ.65 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 413 วัน

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าจังหวัดระยองถือเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในแง่ทั้งด้านเศษฐกิจและการท่องเที่ยว ตำรวจที่นี่ก็จะต้องมีมาตรฐานสูง และต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะงานให้บริการพี่น้องประชาชน ในการเปิดที่ทำการใหม่เราได้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และท่านผู้บังคับการฯ ที่มีความทุ่มเทขยันขันแข็งก็เชื่อว่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของแตงโม พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนจะสรุป ก็จะมีรายงานทางแลป ทางอะไรอีกหลายชิ้นที่ยังไม่เรียบร้อย และยังไม่ได้รับ ถ้าเอกสารต่างๆ ซึ่งจะต้องผ่านผู้เชียวชาญ ในเรื่องของการตรวจพิสูจน์ถ้ามันครบด้านแล้ว พนักงานสอบสวน เขาก็อาจจะสรุปได้ โดยพิจารณาภาพรวมของหลักฐาน ก็ฝากเรียนพี่น้องประชาชนว่าอย่าดูแต่หลักฐานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ตำรวจเราดูทั้งหมด แล้วค่อยมาตัดสิน มาชั่งน้ำหนัก มันไม่มีใครรู้หรอก ว่าวันนั้นมันเกิดเหตุอะไรขึ้น นอกจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ การสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เขาใช้วิธีรวบรวมพยานหลักฐาน ขอฝากไว้ด้วยว่าจะฟังอะไร ตัดสินอะไร ขอให้นึกถึงว่า ให้ดูทุกอย่างประกอบกันไป อย่าดูอย่างใดอย่างหนึ่ง ฝากพี่น้องประชาชนด้วยให้ใช้วิจารณญาณอย่าเอาแต่สนุกสนานกันนะครับ

 

เดชา สุวรรณสาร ผสข.ภาคตะวันออก

Related posts