กมธ.การทหารฯ จัดเสวนา “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันแบบสันติ

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.35 นาฬิกา ณ ห้องประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยรังสิต จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” โดยมี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ หน่วยงานฝ่ายบริหาร หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง องค์กรด้านวิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วม

.
รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง กล่าวว่า ความมุ่งหมายที่สำคัญของการเสวนาในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อย้อนมองความเจ็บปวดในอดีต แต่คือการถอดรหัสแห่งสันติสุขที่ยั่งยืนผ่านวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน 3 ประการได้แก่ หนึ่ง คือ การบูรณาองค์ความรู้ : เราต้องการหลอมรวมความมั่นคงด้านการทหารเข้ากับอัตลักษณ์ และหมายรวมถึงการคำนึงถึงมิติความมั่นคงด้านอื่น ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ของประชาชนในพื้นที่ เพราะสันติสุขจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากประชาชนยังมีความยากจน ไม่อิ่มท้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม และขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สอง คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่พูดคุย : เพื่อเปลี่ยนเสียงของความขัดแย้งให้เป็นเรื่องของการพูดคุย เปลี่ยนความหวาดระแวงให้เป็นความไว้วางใจ สาม คือ การส่งต่อข้อเสนอเชิงนโยบาย : เพื่อให้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีเข็มทิศ หรือทิศทางที่แม่นยำในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และกำหนดอนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่คาดหวังจากการเสวนาในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เอกสารสรุปผลการประชุมเสวนาในวันนี้เท่านั้น

แต่หากสิ่งที่พวกเราคาดหวังต้องการไปยิ่งกว่านั้นคือ ข้อสรุปในวันนี้จะนำไปสู่การกำหนดทิศทางในการนำพาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขอย่างเป็นรูปธรรม “จุดเปลี่ยน” ที่จับต้องได้ที่ผมอยากจะเห็นก็คือ “ความร่วมมือที่ไร้รอยต่อ” ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ที่จะได้นำผลการระดมสมองร่วมกันในวันนี้ให้กลายเป็น “ยุทธศาสตร์ที่มีหัวใจ ” เป็นนโยบายที่มีความเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้การขับเคลื่อนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เกิดมรรคผล ดังนั้น เราต้องทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติทุกภาคส่วน ต้องเข้าใจเนื้อหาที่จะต้องแปลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเข้าใจในเจตนารมณ์ของนโยบาย จึงจะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นอย่างมีเอกภาพ สุดท้ายนี้ ขอฝากข้อคิดว่า “ไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเพียงใด สันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และเราเป็นจุดเริ่มต้นของวันนั้น”
.

การเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บรรยายในหัวข้อ “ก้าวย่างสำคัญ สู่สันติสุขที่ยั่งยืน” จากนั้นมีการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทเรียน 22 ปี จชต. : ความท้าทายและโอกาสสู่สันติสุขที่ยั่งยืน” โดย พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และการเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ “ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” ในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) การส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข (Dialogue Space) และการบูรณาการนโยบายความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขคนแรก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผู้กำกับดูแลศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง อัยการพิเศษฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และนายกัณวีร์ สืบแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพ มนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน ผู้ลี้ภัยความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในฐานะผู้แทนภาคประชาสังคม จัดขึ้นเพื่อทบทวนสถานการณ์ด้านความมั่นคงและบทเรียนที่ได้รับ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงแบบบูรณาการ สนับสนุนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ ส่งเสริมพัฒนาแนวคิดเรื่องพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่เจรจาเพื่อยุติความรุนแรง และร่วมกันกำหนดข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการพัฒนาในระยะต่อไป