จ.นครนายก : เมืองขุนด่าน ต้อนรับคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ นางปราณี รัตนประยูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ผู้แทนท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ศึกษาดูงาน 1 กรกฎาคม 2563

จ.นครนายก : เมืองขุนด่าน ต้อนรับคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ นางปราณี รัตนประยูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ผู้แทนท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ศึกษาดูงาน 1 กรกฎาคม 2563

 

ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดนครนายก และนางประภา ปานนิตยกุล ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก เข้าร่วมศึกษาดู กับคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและผู้แทนท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยมี อ.ปัญญา ปุลิเวคินทร์ หัวหน้าศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ได้แนะนำสถานที่ และพาเดินศึกษาแนวคิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ มีเนื้อที่ 14 ไร่ /2 งาน 18 ตารางวา เป็นที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีรับสั่งให้ซื้อไว้ในปี พ.ศ. 2532 โดยมีรับสั่งในขณะนั้นว่า

อยากมีที่ดินแถวนี้เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เจริญก็ตาม แต่เนื่องจากบริเวณนี้เต็มไปด้วยน้ำตก และป่าเขาใหญ่ ในอนาคตจะถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ถนนหนทาง ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท ตลอดจนสนามกอล์ฟ จะเข้ามาในพื้นที่ เมื่อเจริญขึ้นนักท่องเที่ยวจะเข้ามากันจำนวนมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพธรรมชาติที่เป็นอยู่ จึงอยากมีที่ดินแถวนี้สักผืนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นศูนย์แสดงแนวคิดของพระองค์ท่านเกี่ยวกับธรรมชาติ เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้เกิดสำนึกรักธรรมชาติ เมื่อได้เข้ามาที่ศูนย์แห่งนี้เดิมที่ซื้อไว้เป็นทุ่งนา จนปี 2545 อาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล ร่วมกับสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ขันอาสาที่จะมาพัฒนาที่ดินแปลงนี้ โดยขออนุญาตต่อมูลนิธิชัยพัฒนา โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานชื่อโครงการว่า “ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545


สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยได้วางแผนให้คนที่เข้ามาศึกษาแนวคิดของพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับธรรมชาติได้เข้าใจถึงแนวคิดให้ง่ายจึงได้ แบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วนใหญ่ๆ คือส่วนที่หนึ่งในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ระบบ แสง สี เสียง ซึ่งบรรจุไว้ด้วยเนื้อหาเป็นวีดีทัศน์ ความรู้เรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า เรื่องคน เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และฝนหลวง เมื่อออกจากพิพิธภัณฑ์ได้พบเห็น ส่วนที่สองพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตได้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน เริ่มจากภูผาสู่มหานที โดยจัดพื้นที่ออกเป็น 1 ภาคเหนือ ทำเป็นภูเขา มีน้ำตก แสดงแนวคิด พระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด 5 เรื่อง คือ (1) ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ ป่าพออยู่ พอกิน พอพลังงาน และพอร่มเย็น (2) การใช้หญ้าแฝกป้องกันการพังทลายของดิน (3) ป่าเปียกกันไฟ (4) ฝายชะลอความชุ่มชื้น (5) การปลูกป่าในใจคน 2) ภาคกลาง แสดงแนวคิดเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ การแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรออกเป็น 4 ส่วนคือ

พื้นที่น้ำ พื้นที่ผักและผลไม้ พื้นที่ทำนาข้าว พื้นที่อยู่อาศัย 3) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสดงแนวคิดเกี่ยวกับเมื่อเกษตรกรประสบภาวะฝนแล้ง พระองค์มอบแนวทางให้เกษตรกรสามารถที่จะมีรายได้จากอาชีพเสริมทดแทน เช่น ธนาคารข้าว ปศุสัตว์ การเลี้ยงปลา เพาะเห็ด ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนและการแปรรูปต่างๆ การทำปุ๋ย เป็นต้น 4) ภาคใต้ แสดงแนวคิดการป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อน จากน้ำท่วมที่พระองค์เรียกว่า ทฤษฎีแก้มลิง กา รแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ที่เรียกว่า ทฤษฎีแกล้งดิน การทำน้ำมันไบโอดีเซล การเผาถ่านจากเศษไม้ ในแหล่งน้ำ แสดงแนวคิดเกี่ยวการบำบัดน้ำเสีย โดยใช้กังหันน้ำชัยพัฒนา ทฤษฎีการใช้พืชน้ำบำบัดน้ำเสีย ที่พระองค์ใช้แก้ไขน้ำเสีย ณ บึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร ที่เรียกว่า อธรรม ปราบอธรรม ให้เป็นธรรมะ รวมถึง การบำบัดของเสียที่ออกจากตัวคน คือ ปัสสาวะ อุจจาระ ที่พระองค์มอบแนวคิดนี้ให้แก่จังหวัดนนทบุรี ในปี พ.ศ. 2522 โดยการไปบำบัดในถัง 15 วัน หมดกลิ่น 28 วัน หมดเชื้อโรค แล้วนำมาทำปุ๋ย

นอกจากนี้ทางสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยยังใช้หลักการเรียนรู้ PLAY บวก LEARN เท่ากับ PLERN เพื่อให้คนที่มาเรียนรู้ได้สนุกกับการเรียนรู้ เช่น เส้นทางเครื่องแกง สมุนไพรรูปคน น้ำแดดเดียว ปัจจุบันศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนา และเปิดเป็นสถานที่อบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้ที่สนใจมาเรียนรู้ทั้งการศึกษาดูงาน และอบรมได้ที่ โทรศัพท์ หมายเลข 037-384049

นพพร ชูทรัพย์ / รายงาน

Related posts