จ.ระยอง  คนร้ายลอบเผารถบริษัททำทางกลางดึก เสียหายรวม 3 คัน ตำรวจคาดประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจ และขัดแย้งเรื่องส่วนตัว

จ.ระยอง  คนร้ายลอบเผารถบริษัททำทางกลางดึก เสียหายรวม 3 คัน ตำรวจคาดประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจ และขัดแย้งเรื่องส่วนตัว

 

เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ื 28 ก.ค. 2563 ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ จันทร์สง่า รอง สว.(สอบสวน) สภ.สำนักทอง จ.ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุวางเพลิง รถทำถนนไหม้ไป3 คัน ริมถนนทางขึ้นสายบรุ๊คไซค์ – เกษตรศิริ หมู่ 5 ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชารับทราบแล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.มนูญ เจริญศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สำนักทอง นายยงยุทธ สกุลพงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาตาขวัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ระยอง และพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบทันที โดยมี นายทักษิณ มุลกะกุล อายุ 53 ปี โฟร์แมนคุมงาน หจก.อึ้งแซเฮง


เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตรงหัวโค้งพบ รถบรรทุกสิบล้อบรรทุกน้ำ จำนวน 2 คัน รถบดอัดถนน 2 คัน และรถปูยางมะตอย 1 คัน จอดอยู่ริมถนน เข้าไปตรวจสอบ พบรถถูกวางเพลิงรวม 3 คัน ประกอบด้วย รถบรรทุกน้ำ ยี่ห้อมิซูบิชิ สีขาว-ส้ม ทะเบียน 81-8830 ศรีษะเกษ ตรงบริเวณหัวรถตรงถูกเผาจนวอดไปทั้งหมด พบ แกลลอนสังกะสีใส่น้ำมันขนาด 3 ลิตร ตกอยู่ข้างประตูรถ ใกล้กันพบรถบดอัดปูยางมะตอย ยี่ห้อโบแมก ถูกทุบกระจกจนแตกแล้วโยนคบเพลิงด้ามไม้ไผ่เข้าไปด้านในห้องคนขับจนถูกไฟไหม้เสียหาย นอกจากนี้ ยังพบรถบดถนนสั่นสะเทือน 19 ตัน ยี่ห้อโบแมก สีเหลืองถูกเผาวอดไปบริเวณช่วงเก๋งคนขับ ข้างรถยังพบ คบเพลิงด้ามไม้ไผ่ที่จุดไฟแล้ววางพิงตัวรถอยู่ คาดคนร้ายจุดทิ้งไว้ก่อนจะรีบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายทักษิณ มุลกะกุล อายุ 53 ปี โฟร์แมน หจก.อึ้งแซเฮง ได้เปิดเผยว่า รถทั้งหมดที่ถูกไฟไหม้ ได้มาทำการซ่อมสร้างพื้นผิวถนน สาย บรุ๊คไซด์-เกษตรศิริ ระยะทาง 1,800 เมตร ในโครงการซ่อมสร้างผิวทางพาราแอสฟัลต์คอนกรีตถนนสาย รย. 4017 แยกทางหลวงหมายเลข 3139 – บ้านเกษตรศิริ อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเพิ่งเข้ามาดำเนินการเพียง5วัน และโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 10 สิงหาคม 2563

ก่อนเกิดเหตุพร้อมด้วยพนักงานขับรถทั้งหมดได้ออกไปรับประทานอาหารที่แค้ม จนกระทั่งช่วงกลางดึกกลับเข้ามา พบว่ารถกำลังถูกไฟลุกไหม้อยู่ จึงรีบช่วยกันดับไฟจนกระทั่งไฟดับลง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน มาตรวจสอบทันที สำหรับมูลค่าของรถที่เสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องจักรในการทำถนนและรถบรรทุกน้ำที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นกลุ่มใด หรือวัยรุ่นที่เกิดความคึกคะนองมาก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้ เพราะตามเส้นทางมีกล้องวงจรปิดซึ่งเห็นคนร้ายอย่างชัดเจน


ด้านผู้ใหญ่ยงยุทธ สกุลพงษ์ (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ) ต.สำนักทอง กล่าวว่า คนร้ายใช้คบเพลิง และน้ำมันแอลกอฮอล ผมเข้ามาตอน 5 ทุ่ม เห็นคนงานกำลังช่วยกันดับไฟ มี รถน้ำ รถบด รถปั่น เสียหาย รวมมูลค่าน่าจะหลายสิบล้าน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าไม่น่าจะเป็นคนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านต่างก็ยินดีที่มีการซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อให้ดีขึ้น คาดว่าน่าจะเกิดการขัดผลประโยชน์ในการรับเหมาที่ทำถนนมากกว่า

ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ได้เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 27 ก.ค. 2563 ขณะที่อยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงสุนัขเห่าตรงบริเวณที่จอดรถ โดยสุนัขรุมเห่าอยู่พักใหญ่ จึงออกไปดู ก็ต้องตกใจเห็นไฟกำลังลุกไหม้รถดังกล่าวอยู่อย่างรุนแรง แล้วก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์วิ่งออกไปตามถนนสาย ระยอง-สำนักทอง ซึ่งสามารถวิ่งแยกออกไปได้หลายเส้นทาง หลังจากนั้นก็พบว่ามีคนงานของผู้รับเหมาเขามาช่วยกันดับไฟดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.มนูญ เจริญศรี รองผกก.(สอบสวน) สภ.สำนักทอง จ.ระยอง ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ โดยมีการวางแผนและซุ่มดูอยู่ จนสบโอกาสลงมือขณะที่ผู้รับเหมาทั้งหมดออกไปข้างนอกจึงลงมือวางเพลิง เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมกับให้ชุดสืบสวนออกหาข่าว เบาะแสคนร้าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนีไป ส่วนสาเหตุได้ตั้งประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจ และ ขัดแย้งส่วนตัว

เดชา สุวรรณสาร ผู้สื่อข่าว จ.ระยอง

Related posts