ชลบุรี#สสส.-ศูนย์สื่อสร้างสรรค์ภาคตะวันออก นำองค์ความรู้สร้างเสริมสุขภาพ ผลักดัน 5 ม.ดัง พัฒนาหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ผลิตนักสื่อสารยุคหลอมรวมสื่อ มุ่งขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะภาคตะวันออก ส่งเสริมทักษะป้องกันโรคอุบัติใหม่

ชลบุรี#สสส.-ศูนย์สื่อสร้างสรรค์ภาคตะวันออก นำองค์ความรู้สร้างเสริมสุขภาพ ผลักดัน 5 ม.ดัง พัฒนาหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ผลิตนักสื่อสารยุคหลอมรวมสื่อ มุ่งขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะภาคตะวันออก ส่งเสริมทักษะป้องกันโรคอุบัติใหม่

 

วันที่ 11 กันยายน 2563 นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายประชา เตรัตน์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภภา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพนักสื่อสาร Convergence ณ ห้อง 103 อาคาร QS2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี


สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทางสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคพลเมืองขับเคลื่อนงานสุขภาวะในมิติทางกาย จิตใจ สังคมและปัญญาในกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มสูงอายุอย่างกว้างขวาง เพื่อตอกย้ำให้คนไทยใส่ใจพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ และสร้างกระแสหรือเทรนด์สุขภาพที่มีผลกระทบกับประชาชนทุกคนอย่างต่อเนื่อง โดยมี สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ (สภส.) เป็นหน่วยงานเชื่อมประสานและเสริมพลังภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะ สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ขยายการทำงานของ สสส. และภาคีเครือข่าย

ตลอดจนสนับสนุนข้อมูลองค์ความรู้ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนงาน สร้างกลไกโชว์ แชร์ เชื่อมปัจจัยกำหนดสุขภาพให้กับภาคีสุขภาวะในภาคตะวันออก เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมส่งเสริมสุขภาพ (หุ้นส่วนทางสังคม) และตระหนักร่วมกันถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ตามมาในรูปแบบของ New Normal ดังนั้น การส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้ทักษะ “นักสื่อสาร Convergence” จะช่วยให้นักศึกษาซึมซับแนวทางการใช้ชีวิตที่เคารพและให้เกียรติผู้อื่น เห็นคุณค่าในชีวิตตนเอง พร้อมกับเคารพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสังคมสุขภาวะในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ด้วย ถือเป็นการใช้ศักยภาพความเป็นพลเมืองตื่นรู้ในการมีส่วนร่วมส่งเสริมสังคมสุขภาวะอย่างเข้มแข็งเพื่อตอกย้ำและสร้างความตระหนักของการมีสุขภาวะที่ดีภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ แม้การใช้ชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงจะเป็นสิ่งที่ท้าทาย อาจจะสุขบ้าง ทุกข์บ้าง สสส. จะยังคงเป็นแรงหนุนเสริมเพื่อทำให้สังคมได้มีสุขภาวะดีต่อไป


นายประชา เตรัตน์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีถูกตั้งเป้าให้เป็น “เมืองนวัตกรรม เศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน” โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จหลายข้อที่เชื่อมโยงกับระบบการจัดการทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือ “สุขภาพ” ซึ่งการพัฒนาที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีทักษะวิชาชีพนักสื่อสารยุคหลอมรวมสื่อ หรือ “นักสื่อสาร Convergence” ถือเป็นก้าวสำคัญของการผลิตคนรุ่นใหม่ ที่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการสร้างสุขภาวะให้เกิดขึ้นในชุมชน โครงการดังกล่าวจึงถือเป็นความหวังสำคัญของภูมิภาคนี้


ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภภา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนการพัฒนากลไกเชื่อมร้อยภาคีเครือข่าย และร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะกับภาคีเครือข่ายภาคตะวันออกมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเยาวชน ก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองรอบตัวที่แตกต่างตามยุคสมัย การ MOU ในครั้งนี้ สสส. จึงได้ร่วมกับศูนย์สื่อสร้างสรรค์ภาคตะวันออก และภาคีเครือข่าย แสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศักยภาพนักศึกษามหาวิทยาลัยนำร่องทั้ง 5 แห่ง ให้มีทักษะวิชาชีพนักสื่อสารในยุคหลอมรวมสื่อ อาทิ สนับสนุนการอบรม และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา

โดย สสส. จะนำเอาองค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะมาร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน สนับสนุนนักศึกษา สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้กับคนในชุมชน สอดคล้องกับภารกิจของ สสส. ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์ให้ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องและรอบด้าน โดยคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะและทำให้ประชาชนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น การบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างทักษะชีวิตวิถีใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันเป็นยุคของการหลอมรวมสื่อเก่า สื่อใหม่ และสื่อภูมิภาคเข้ามารวมเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นทั้งผู้สร้างสื่อ และผู้รับสื่อ จึงควรพัฒนาศักยภาพตนเองให้รู้เท่าทันสื่อ และสามารถใช้ประโยชน์จากสื่อต่างๆ ในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญกับ “ระบบสื่อสารสุขภาพ” ที่ “เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย นำไปปฏิบัติง่าย ถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้” และวางพื้นฐานระบบสุขภาพใหม่ ภายใต้จุดเน้นของแผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560 – 2564 อาทิ การวางระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างบูรณาการ การลดค่าใช้จ่ายของระบบสุขภาพในระยะยาว ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัย “การสื่อสาร” อันเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงความเข้าใจจากหลากหลายมิติของสังคม โดยเฉพาะการสื่อสารสร้างความเข้าใจ การขอความร่วมมือจากประชาชนเพื่อบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ รวมทั้งเป้าหมายส่งเสริมสังคมแห่งชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งเป็นวิถีที่เราทุกคนควรเรียนรู้ว่า การมีภูมิคุ้มกันร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็น สามารถใช้ต่อสู้กับโรคระบาด และภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภภา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนการพัฒนากลไกเชื่อมร้อยภาคีเครือข่าย และร่วมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะกับภาคีเครือข่ายภาคตะวันออกมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเยาวชน ก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองรอบตัวที่แตกต่างตามยุคสมัย การ MOU ในครั้งนี้ สสส. จึงได้ร่วมกับศูนย์สื่อสร้างสรรค์ภาคตะวันออก และภาคีเครือข่าย แสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศักยภาพนักศึกษามหาวิทยาลัยนำร่องทั้ง 5 แห่ง ให้มีทักษะวิชาชีพนักสื่อสารในยุคหลอมรวมสื่อ อาทิ สนับสนุนการอบรม และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา

โดย สสส. จะนำเอาองค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะมาร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน สนับสนุนนักศึกษา สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้กับคนในชุมชน สอดคล้องกับภารกิจของ สสส. ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์ให้ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องและรอบด้าน โดยคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะและทำให้ประชาชนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น การบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างทักษะชีวิตวิถีใหม่ เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันเป็นยุคของการหลอมรวมสื่อเก่า สื่อใหม่ และสื่อภูมิภาคเข้ามารวมเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นทั้งผู้สร้างสื่อ และผู้รับสื่อ จึงควรพัฒนาศักยภาพตนเองให้รู้เท่าทันสื่อ และสามารถใช้ประโยชน์จากสื่อต่างๆ ในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปริญญา/ข่าว/ภาพ สัมภาษณ์ บริบูรณ์ รายงาน

Related posts