จันทบุรี-ดีเดย์พรุ่งนี้ แรงงานชาวกัมพูชา จำนวน 500 คน เตรียมเข้ามาในประเทศไทย ขณะที่ด่านชายแดนถาวรบ้านแหลมเตรียมพร้อมวางมาตรการเข้ม กักตัวแรงงาน คัดกรอง เพื่อป้องกันโรคไวรัสโควิด 19 กับมาระบาด รอบ 2


วันที่ 14 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ด่านชายแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อดูความพร้อมในการรับแรงงงานชาวกัมพูชาชุดแรก จำนวน 500 คน เข้ามาทำงานในล้งรับซื้อผลไม้ และตามสวนลำไยในการเก็บผลผลิตที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยพบว่าหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร ตม.สาธารณสุข เจ้าหน้าที่กู้ภัย ภาคเอกชน และอำเภอโป่งน้ำร้อน ได้มีการประชุมเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ และวางมาตรการเข้มในการรับแรงงานชาวกัมพูชา ชุดแรกที่จะเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดเตรียมเต็นท์พักคอย เต็นท์คัดกรอง และเจ้าหน้าที่คอยตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น



รวมทั้งสุขาเคลื่อนที่ ไว้คอยให้บริการแก่แรงงานที่จะเข้ามาในประเทศ รวมทั้งได้มีการซักซ้อมในการตรวจคัดกรอง การวัดอุณหภูมิ จัดเจลล้างมือ และการเว้นระยะห่าง อย่างเข้มข้น ก่อนที่จะให้ส่งมอบให้กับผู้ประกอบการล้งที่มีความต้องการแรงงาน ไปกักตัวดูอาการ จำนวน 14 วัน หรือนำไปกักตัวในรีสอร์ต หากพบว่าแรงงานมีเชื้อก็จะส่งตัวไปรักษา และส่งกลับประเทศทันที ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรี มีล้งผลไม้ จำนวน 80 แห่ง ครอบคลุม ใน 2 อำเภอ คือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว และมีความต้องการแรงงานชาวกัมพูชา จำนวน 3,000 คน ในการเข้ามาทำงานที่ล้ง และเก็บผลผลิตลำไยส่งออกต่างประเทศ ซึ่งทางจังหวัดจันทบุรี ได้เสนอไป จำนวน 3,000 คน แต่ได้รับการอนุมัติ จำนวน 1,000 คน ทั้งนี้ทางกรมควบคุมโรคจะมีการดูแรงงานชุดแรก จำนวน 500 คน ก่อนว่าทางจังหวัดจันทบุรี ผู้ประกอบการล้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถปฎิบัติดูแล ควบคุม และการป้องกันโรคได้หรือไหมอย่างไร หากพบว่าจังหวัดจันทบุรี สามารถปฎิบัติตามแผนการควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี ก็จะมีการอนุมัติแรงงานเข้ามาในประเทศในชุดต่อๆไปจนกว่าแรงงานจะเพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการ ทั้งนี้และทั้งนั้นจะต้องป้องกันไม่ให้โรคไวรัสโควิด 19 กับมาระบาดใน รอบที่ 2 อย่างเด็ดขาดอีกด้วย



ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการเตรียมสถานที่ และเตรียมความพร้อม ทั้งสาธารณสุข ความมั่นคง อำเภอ และท้องถิ่น และวางแนวทาง วางระบบที่จะรับแรงงานเข้ามาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์พักคอย เต็นท์การตรวจ และอาคารสถานที่ ห้องวอร์รูมที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่ อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว ได้รับผลกระทบจากการการขาดแรงงานเข้ามาเก็บผลผลิตลำไยในช่วงนี้ยังน้อย แต่ว่าหลังจากนี้ไปอีก 1 สัปดาห์ ถ้าไม่มีแรงงานเข้ามาก็จะทำให้ผลเสียหายจะมากมากขึ้น เพราะจากการที่ได้วางแผนการเก็บเกี่ยวผลผลิตปีนี้เร็วกกว่าปกติ 10 วัน เพราะในช่วง 10 วัน ถ้าไม่ได้รับการเก็บอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้ผลผลิตเสียหาย ซึ่งสิ้นเดือนกันยายน ผลผลิตลำไยจะเก็บเกี่ยวได้ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเข้าเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ผลผลิตจะเก็บเกี่ยวได้ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะตรงนี้ทำให้ต้องมองในการแก้ไขปัญหา ซึ่งชุดแรกมี จำนวน 500 คน เอาเข้ามาก่อน และเอาไปกักตัว ให้ทำงานอยู่ในล้ง และหลังจากชุดนี้แล้วก็จะมีการนำเข้ามาอีกชุดหนึ่ง เพื่อให้อยู่ในการเก็บลำไย และการคัดแยกตามที่สมาคมได้วางแผนไว้
นายณัฐรัชตภวัต พงษ์ธนัชชวรากร ชาวบ้าน กล่าวว่า ตนเองไม่รู้สึกวิตกกังวล ที่จะมีการนำแรงงานเข้ามาในประเทศ เพราะตนเองเชื่อมั่นในการตรวจเข้มคัดกรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะเกิดผลดีทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอีกด้วย



นายไตรรงค์ มีทับทิม/จันทบุรี 0870894201