จันทบุรี-โมเดล นำร่องแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย ยังไม่จบง่ายๆ จากเดิมให้เข้ามาเก็บลำไย จ.จันทบุรี เริ่มดีเดย์ 15 ก.ย. ก่อนจะเลื่อนมาเป็นวันที่ 18 – 21 ก.ย.
ล่าสุดยังไม่ได้วันที่แน่นอน จะเข้าไทยได้เมื่อไหร่ รัฐบาลกัมพูชาขอเจรจารัฐบาลไทยก่อน จะให้ชาวกัมพูชาทั้ง 500 คนเข้าไทยได้หรือไม่ หลังจากกระทรวงมหาดไทยของไทย ก่อนหน้านี้เคยขอความร่วมมือไปยังกัมพูชา ให้ชาวกัมพูชาชะลอเข้าไทย เป็นการช่วยกันป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด 19 เผยหากเกินสิ้นเดือน ก.ย. ยังไม่มีแรงาน ชาวสวนลำไยจันทบุรีนับหมื่นครอบครัว ล้มละลายกันทันที

กรณี จ.จันทบุรี จะนำร่องเป็นจังหวัดแรกให้แรงงาน จำนวน 500 คน จากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่กัมพูชาเข้าไทยได้ในวันที่ 15 ก.ย.โดยสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี , สาธารณสุข จ.จันทบุรี , ตม. จันทบุรี , ทหารพรานและทุกหน่วยงานได้ช่วยกันเตรียมความพร้อม กำหนดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด 19 ไว้อย่างรัดกุม ตั้งแต่การให้หน่วยงานสาธารณสุขกัมพูชาตรวจชาวกัมพูชาทั้ง 500 คน ที่เข้าประเทศไทยผ่านทางจุดผ่านแดนถาวรไทย กัมพูชา หมู่บ้านแหลม หมู่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจะสแกนหาเชื้อไวรัสดังกล่าวตั้งแต่ก้าวแรกที่ชาวกัมพูชาทั้ง 500 คน เข้าไทย
พร้อมกับการคัดกรองหาเชื้ออีกครั้งโดยแพทย์ และพยาบาล ก่อนนำผลการคัดกรองหาเชื้อไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี รอผลตรวจจนชัดเจนว่าไม่มีเชื้อไวรัสโควิด 19 จึงจะให้แรงงานคนที่ปลอดเชื้อฯ ไปกักตัว 14 วัน หากระหว่างการกักตัวพบว่า มีเชื้อไวรัสจะให้เดินทางกลับประเทศกัมพูชาทันที ทั้งนี้ ปรากฏว่าการเตรียมการทั้งหมดต้องยกเลิกไปโดยปริยาย หลังจากวันที่ 15 ก.ย. ชาวกัมพูชาทั้ง 500 คน ที่มารอหน้าด่านจุดผ่านแดนไทย กัมพูชา หมู่บ้านแหลม ฝั่งประเทศกัมพูชา ไม่สามารถข้ามแดนมายังฝั่งไทยได้ เนื่องจากทาง จ.พระตะบอง และ ตม. จ.จันทบุรี ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ไทยว่า จะต้องมีหนังสืออนุญาตจากระทรวงมหาดไทยกัมพูชาก่อน จึงจะสามารถดำเนินการเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ระดับจังหวัดตัดสินใจไม่ได้ แต่ตั้งแต่วันที่ 3 – 18 ก.ย. 63 เป็นวันบุญเดือน 10 ของกัมพูชา และเป็นวันหยุดราชการ จึงต้องรอการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาอีกครั้งในภายในวันที่ 18 – 21 ก.ย. 63 นี้

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ วันที่ 18 ก.ย. 63 ด็อกเตอร์รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า จากเดิมที่คาดการณ์ว่า การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ไทย สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา กับทาง จ.พระตะบอง จังหวัดที่เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวกัมพูชาทั้ง 500 คน ที่เข้ามาไทยเป็นชุดแรกจะได้ข้อสรุป ล่าสุดผลลัพธ์ออกมา คือ ไม่สามารถมีข้อสรุปได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยของไทย ได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลกัมพูชาขอไม่ให้ชาวกัมพูชาเข้าประเทศไทย เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ของทั้งสองฝ่าย ทั้งไทย กัมพูชา การร้องขอดังกล่าว ทำให้ทางกัมพูชาต้องการพูดคุยเรื่องนี้กับไทย ว่าจะให้ชาวกัมพูชา 500 คนเข้ามาทำงานในไทยได้หรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยและกัมพูชา จะต้องพูดคุยกันต่อไป เพื่อให้ชาวกัมพูชาเข้ามาทำงานได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าแรงงานทั้ง 500 คนจะเข้ามาทำงานได้เมื่อไหร่ ต้องรอผลการพูดคุยของรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทย
ด็อกเตอร์รัฐวิทย์ เปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกัน ล่าสุดแรงงานทั้ง 500 คนที่เดินทางจากหมู่บ้านต่างๆ ใน จ.พระตะบอง ยังไม่ได้พากันเดินทางกลับบ้าน ยังคงปักหลักรอที่บริเวณริมชายแดนฝั่งกัมพูชาเหมือนเดิม เพราะเชื่อมั่นว่า จะเข้ามาทำงานในไทยได้ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ การที่ชาวกัมพูชายังเข้ามาทำงานเก็บลำไยใน อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน ล่าช้า หากเลยเวลาสิ้นนี้ไป จะทำให้ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อเกิดขึ้นกับชาวสวนลำไยนับหมื่นครอบครัวใน 2 อำเภอทันที เพราะเป็นช่วงที่จะต้องเก็บลำไยกันแล้ว
นายไตรรงค์ มีทับทิม/จันทบุรี 0870894201