กรณีหญิงไทยจากจังหวัดสระแก้ว ที่ถูกหลอกไปขายบริการ นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วสมาคมสื่อร่วมชมรมทำดีเพื่อแผนดินรุดมอบสิ่งของเพื่อให้กำลังใจ

*****เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ (23 ก.ย.) ณ บ้านเลขที่ 91 หมู่ 20 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอวังน้ำเย็น พระปลัดทวี ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาสวัดป่าเขาย้อยผาแดงและประธานที่ปรึกษาชมรมทำดีเพื่อแผ่นดินสระแก้ว นายสมศักดิ์ สารการ นายกสมาคมนักข่าวนักสื่อสารมวลชนจังหวัดสระแก้ว ผู้ใหญ่บ้านศรีบูรพา พร้อมด้วยสารวัตรกำนัน เพื่อนำสิ่งของมามอบให้นางสาว พวงสันเทียะ แม่ของหญิงสาวคนที่ถูกหลอกดังกล่าว ที่ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย โดยสายการบิน Emirates Airines เที่ยวบินที่ EK384 และขณะนี้ ได้เข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการควบคุมโรคของไทยแล้ว

*****นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอวังน้ำเย็น กล่าวขอบคุณผู้ใจบุญที่มีจิตรเมตราคนไทยทอดทิ้งกัน นำข้าวสารอาหารแห่ง น้ำดื่มปลากระปอง ไวไว มามอบให้ในครั้ง ส่วนทางอำเภอวังน้ำเย็นร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านรวบรวมเงินส่วนตัวจำนวนจำนวน 30,000 บาท มาใช้หนี้แทนนางสาว พวงสันเทียะ ที่ได้ไปกู้เงินเข้ามาเพื่อให้ลูกสาวไปทำงานที่ดูไบกับถูกหลอกขายบริการเลยขอกลับบ้านแต่ผู้เป็นแม่หมดปัญญาที่หาเงินมาใช้หนี้แทนลูกสาวได้เนื่องจากไม่มีรายได้อะไรทางอำเภอจึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือดังกล่าว

*****พระปลัดทวี ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาสวัดป่าเขาย้อยผาแดงและประธานที่ปรึกษาชมรมทำดีเพื่อแผ่นดินสระแก้ว ร่วมกับ สมาคมนักข่าวนักสื่อสารมวลชนจังหวัดสระแก้วนำเครื่องอุปโภค บริโภคมามอบให้นางสาว พวงสันเทียะที่มีฐานะยากจน ต้องดูแลคนในครอบครัวถึง 9 ชีวิตและเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

*****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามนางสายสมร โกจันทร์ทึก ทราบว่า ตนเป็นชาวจังหวัดสระแก้ว และได้รู้จักบุคคลที่มีนามแฝงว่า ลิลลี่ ชักชวนให้มาทำงานนวดที่นครดูไบ การันตีรายได้ 30,000-40,000 บาทต่อเดือน ในวันที่ 16 กันยายน ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาดูไบ โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว แต่ปรากฏว่า พอมาถึงกลับถูกหลอกให้ขายบริการทางเพศอย่างเดียว ไม่ต้องทำงานร้านนวดแล้ว เมื่อไม่เป็นไปตามที่ตกลง จึงได้ขอเดินทางกลับประเทศ แต่ก็ถูกเรียกเก็บเงิน 70,000 บาท โดยบอกว่าเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า และค่าอื่น ๆ สุดท้ายตนจึงต้องออกมาขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียล กระทั่งคนในที่ทำงานเดียวกันทราบว่า ตนกำลังขอความช่วยเหลือเพื่อกลับประเทศไทย ทำให้ทางร้านต้องรีบปิดหนี พร้อมนำหนังสือเดินทางของตนมาคืนให้ และเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่สนามบินดูไบ

ทั้งนี้ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน ได้นัดเจอกับตนที่สนามบิน เพื่อพาไปดำเนินการเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทย หลังจากนี้ กรมการจัดหางาน จะดำเนินการขยายผลถึงต้นตอของผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนแรงงานไทยที่ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศ ย้ำว่า ต้องไปแบบถูกกฎหมาย มี 5 วิธีแนะนำ ได้แก่ กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งไป, บริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องจัดส่งไป, นายจ้างในไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงานต่างประเทศ, นายจ้างในไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงานในต่างประเทศ และสุดท้าย แรงงานที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศด้วยตนเอง ขอให้แจ้งมาที่กรมการจัดหางานเสียก่อนทุกครั้ง
***ภาพ/ข่าว สมศักดิ์ สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน