*****สระแก้ว – ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ประชุมคณะกรรมการความมั่นคงตามแนวชายแดนเพิ่มมาตรการณ์เข้มเพื่อป้องกันโรคติดต่อจังหวัดฯ วางมาตรการเข้มงวดชายแดนไทย-กัมพูชา สกัดโรคโควิด-19 จากกัมพูชา เตรียมพร้อมของโรงพยาบาลและและโรงพยาบาลสนามกรณีเกิดการระบาดจริงจะดำเนินการอย่างไรในช่วงนี้

*****เช้าวันนี้ มาตรการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ มีการดำเนินการดังนี้ 1) การพัฒนาระบบงานข่าวกรอง ได้จัดตั้ง “ศูนย์ข่าวกรองกองกำลังบูรพา” โดยเน้นการดำเนินงานของ”ชุดชักถามขยายผล และ ชุดวิเคราะห์ข่าว” ทำให้สามารถค้นพบเครือข่ายของขบวนการผิดกฎหมายที่สำคัญในพื้นที่ นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง 2) วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มขบวนการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และขบวนการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด – 19) เข้าสู่ประเทศ โดยได้จัดทำข้อมูลวิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ ของกลุ่มขบวนการแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กำหนดจุด/ช่องทางที่ใช้ในการ ลักลอบผ่านแดน จำนวน 59 จุด และกำหนดจุดรวมพล/ขึ้นรถ/แหล่งพักพิง จำนวน 40 จุด กกล.บูรพา ได้นำข้อมูลวิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ มาสู่การปฏิบัติ มาตรการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าว ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ของ กกล.บูรพา โดยแบ่งเป็นแนวขั้นการปฏิบัติ 4 แนว (1 แนวระวัง ป้องกัน + 3 แนวขั้น) โดยมีรายละเอียดดังนี้ แนวระวังป้องกัน (หมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา)ใช้กลไกความร่วมมือของหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานในการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลของกลุ่มขบวนการแรงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา เพื่อนำมาวิเคราะห์ หา พื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย นำไปสู่การปฏิบัติทางด้านยุทธการ แนวที่ 1 (แนวชายแดน) วางเครื่องกีดขวาง จำนวน 118 จุด (ลวดหนาหีบเพลง รั่วลวดหนาม รั่วแสวงเครื่อง) ไฟส่อง สว่างด้วยโซล่าเซลล์ จำนวน 124 จุด,

และลวดสะดุด จำนวน 102 จุด บริเวณ ช่องทางที่เป็นจุดเสี่ยงตามแนว ชายแดนใช้การลาดตระเวนด้วยยานยนต์ และการเดินเท้าบริเวณแนวชายแดน รวมถึงการชุ่มเฝ้าตรวจโดยเน้นบริเวณช่องทางที่เป็นจุดเสี่ยงในการลักลอบเข้า มีจุดตรวจ รวม 135 จุดตรวจ ตลอดแนวชายแดน เพื่อใช้ในการเฝ้าตรวจและป้องกันการ ลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าวแนวที่ 2 (ข่ายเส้นทาง – จุดรามพล ขึ้นรถ พักพิง)ใช้การลาดตระเวนด้วยยานยนต์และการเดินเท้า,การชุ่มเฝ้าตรวจ,ใช้การตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจ (ด่านลอย) ไม่ประจำที่ เฉพาะห้วงเวลาบนเส้นทางที่คาดว่า แรงงานต่างด้าวใช้ในการเคลื่อนย้าย จากแนว ถนนเพื่อความมั่นคงเลียบแนวชายแดน ไปยังจุดรวมพล/จุดขึ้นรถ โดยใช้งานด้านการข่าว มากำหนดแผนการ ปฏิบัติในแต่ละห้วงเวลา ใช้การซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณ จุดรวมพล/จุดขึ้นรถ เพื่อให้สามารถจับกุมผู้นำพาได้ มีด่านตรวจประจำที่ของ กกลบูรพา จำนวน 18 ด่านตรวจ ในการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ประสานฝ่ายปกครอง,สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ชายแดนจำนวน 6 สภ. (สภ.บ้านทัพไทย สภ.ตาพระยา สภ.โคกสูง, สภ.คลองลึก สภ.คลองน้ำใส และ สภ.คลองหาด) ในการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ทั้งประจำที่และไม่ประจำที่ บริเวณเส้นทางที่กลุ่มแรงงานจะใช้ในการเคลื่อนย้าย รวมถึง การลงพื้นที่สุ่มตรวจพื้นที่ที่คาดว่า อาจเป็นแหล่งพักพิงของกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย แนวที่ 3 (พื้นที่ตอนใน) ประสาน กอ รมน จังหวัดสระแก้ว ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ในการจัดตั้งด่านตรวจความมั่นคง บริเวณคมคมนาคมที่สำคัญ เพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวที่อาจหลุดลอดจากการ ขั้นที่ 2 ไม่ให้เคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน หรือเดินทางข้ามจังหวัดได้ 3. ขั้นตอนการดำเนินการต่อผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ กกล. บูรพา ดำเนินการชักถามแรงงานต่างด้าว และผู้นำพา (ในกรณีมีผู้นำพา) โดยซักถามตามหัวข้อที่ กองกำลังบูรพา กำหนด ซึ่งมีหัวข้อที่สำคัญดังนี้ รายละเอียดข้อมูลผู้ประกอบการตำบลปลายทางที่แรงงานจะไปร้านค้า สถานประกอบการ โรงงาน บริษัท) จุดรวมพล จุดขึ้นรถยานพาหนะที่ใช้ เป็นต้น ขั้นต้น หรือชุดชักถามของ หน่วยเฉพาะกิจป้องกัน

*****สำหรับกรณีนายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้สัมภาษณ์กับ ผู้สื่อข่าวว่า ภายหลังเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ฝั่งประเทศกัมพูชา โดยทางการกัมพูชาสั่งการให้เฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดชายแดนในช่วงที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ทางกองกำลังเจ้าหน้าที่ประจำแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับคำสั่งให้เข้มงวดและตั้งจุดสกัดในพื้นที่เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมายแล้ว โดย พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รอง ผบ.กกล.บูรพา ได้สั่งการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา อรัญประเทศ และเฉพราะกิจคลองหาด โดยสั่งการพิเศษกับ พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ได้สั่งการให้ กองร้อยต่างๆที่ขึ้นตรงชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ด่านความมั่นคง จัดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยงและจุดล่อแหลมที่มีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาตามช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแนวชาวแดนกับพื้นที่ชั้นในอย่างเข้มงวด พื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด่านชั้นที่ 2 ของตำรวจภูธรกับฝ่ายปกครองอำเภอที่เข้มงวดอีกชั้นหนึ่ง ด้านชั้นที่ 3 ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีชุด ชรบ.คอยตรวจตราตามหมู่บ้านอย่างเข้มงวดเหมือนกัน สำหรับด่านที่ 4 ควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวถ้าท่านพบเห็นแรงงานเข้ามาจะถูกกฎหมายหรือไม่สงสัยโทรสอบถามได้ที่ 037425199 ขอฝากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว


***** นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า เรียกประชุมร่วมความมั่นคงและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสระแก้ว เพื่อกำหนดมาตรการและเฝ้าระวังกรณีที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ฝั่งประเทศกัมพูชาตรงข้าม จ.สระแก้ว หลายจังหวัดด้วย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาประเทศไทย หลังจากนี้จะมีการดำเนินการต่อเนื่องโดยการเฝ้าระวัง เพราะไม่ได้เปิดให้เข้ามาอยู่แล้ว ซึ่งที่ให้เข้ามาได้เป็นเพียงกรณีเฉพาะเท่านั้น เช่น การประสานงานกับทางสถานทูต นักเรียนทุน กลุ่มคนที่มีข้อตกลงระหว่างพื้นที่ที่เข้ามาในตลาดโรงเกลือ โดยมาตรการนี้เราเข้มงวดมาโดยตลอด และที่ต้องทำเพิ่มเติมคือการเน้นย้ำเพิ่มความระมัดระวังไม่ให้มีการลักลอบเข้ามา ซึ่งประเด็นสำคัญที่สุดคือ เจ้าหน้าที่ต้องตรวจตราตามด่าน มีการลาดตระเวน ตรวจสอบแจ้งเหตุและแจ้งให้ชาวบ้านทราบพี่น้องประชาชนใน จ.สระแก้ว ก็ต้องไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง ลงทะเบียนเวลาเข้าพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้เราก็ยังไม่พบเพราะเราเข้มงวดมาโดยตลอด และผมเชื่อว่า ทางฝั่งกัมพูชาเองก็เข้มงวดเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ก็มีข่าวว่ามีการระบาดบางส่วนแล้วในพื้นที่กัมพูชา ส่วนทางเราก็ต้องระมัดระวัง แจ้งกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ ซึ่งเราจะมีการซักซ้อมปฏิบัติกรณีเกิดความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ มอบหมายภารกิจ วางแผน ปฏิบัติการ เยียวยา ตรวจสอบความพร้อมของโรงพยาบาล ซึ่งอาทิตย์หน้าเราจะมีการซ้อมจริง โดยสมมุติเหตุการณ์ว่า ถ้าหากเกิดการระบาดร่วมกัน


*****อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทั้งมาตรการทางด้านกฎหมายที่เรายังไม่ได้อนุญาตให้คนเข้ามาและมาตรการดูแลจากสภาพความเป็นจริงจนถึงการบริหารความเสี่ยง ถ้าหากเกิดการระบาดเราก็สามารถเตรียมความพร้อมทุกด้านได้ทันที ส่วนพื้นที่ชายแดนในปัจจุบันนี้ ทางกองกำลังบูรพา ซึ่งรับผิดชอบตลอดแนวชายแดน ได้ประสานกันตลอดโดยกองกำลังบูรพามีจุดตรวจจุดสกัดตลอดแนวชายแดน รวมทั้งมีการลาดตระเวนตามแนวชายแดนตลอด 24 ชม.โดยได้เน้นย้ำทำความเข้าใจตลอด ซึ่งกองกำลังก็ได้เนินการอย่างเข้มแข็ง ซึ่งอาจจะมีข่าวเช่นมีการลักลอบเข้ามาบ้าง ตรวจพบเราก็ดำเนินการผลักดันออกไป
*****พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รอง ผบ.กกล.บูรพา ได้สั่งให้ พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ปฏิบัติการลาดตระเวนตามแนวชายแดนกัมพูชาพื้นที่กว่า 65 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนของแรงงานผิดกฎหมายรวมทั้งคนไทยที่จะข้ามไปฝั่งกัมพูชา และป้องกันการลักลอบนำเอายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายต่างๆเข้ามาในประเทศอย่างเข้มงวด และที่สำคัญเป็นการป้องกันการแพร่กระจ่ายของเชื้อโควิด-19เข้ามาในประเทศอีกด้วย โดย ร้อยเอก เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 1207นำเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อย 1207 จำนวนกว่า 20 นายออกเดินเท้าลาดตระเวรตามพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาบริเวณด้านทิศตะวันออกขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนของแรงงานผิดกฎหมายทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาอย่างเข้มงวด ซึ่งการลาดตระเวรดังกล่าวได้ปฏิบัติติดต่อกันมาอย่างเข้มงวดเป็นเวลากว่า 1 ปี ผลการปฏิบัติดังกล่าวยังไม่พบผู้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด


***** พ.อ.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รอง ผบ.กกล.บูรพา กล่าวว่า ได้รับนโยบายจากกองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพา ให้ดำเนินการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจข้ามชายแดนได้อย่างเข้มงวด และให้ทำการป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนของแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งป้องกันการลักลอบนำเอายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายต่างๆข้ามชายแดนอย่างเข้มงวดด้วย ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ทหารพรานในสังกัดชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ทุกๆกองร้อยที่ประจำอยู่ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาทางด้านอำเภออรัญประเทศซึ่งมีระยะทางประมาณ165 กิโลเมตร จะต้องออกทำการเดินเท้าลาดตระเวร,ขับขี่รถยนต์และรถยนต์ออกทำการลาดตระเวรตามแนวชายแดนและพื้นที่เสี่ยงต่างๆอย่างเข้มงวดทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมาประมาณ 1 ปีเศษพบผู้กระทำผิดกฎหมายบ้างส่วนใหญ่เป็นคนไทยในกัมพูชาลักลอบข้ามเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้จับกุมส่งดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายต่างๆยังไม่พบแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานในสังกัดจะดำเนินการลาดตระเวรเช่นนี้อย่างต่อเนื่องตลอดไป สำหรับผลการปฏิบัติงานมีการจับกุมผู้รักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายชาวกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.64 จับกุมได้ จำนวน 392 ครั้ง แรงงานชาวกัมพูชา 3,547 คน ผู้นำพา 113 คน ข้อมูลการดำเนินการลงทะเบียนยื่นขอบัญชีรายยชื่อคนต่างด้าว 3 สัญชาติ ของทางจังหวัดสระแก้วผ่านทางระบบอีเล็กทรอนิกส์ทั้งที่มีนายจ้างและมีนายจ้างในพื้นที่จังหวัดสระแก้วห้วงตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.64 -13 ก.พ.64 จำนวน 27,410 ราย ชาย 13,562 คน เป็นหญิง 13,848 คน โดยแยกเป็นที่มีนายจ้าง และไม่มีนายจ้าง ดังนี้ ที่มีนายจ้าง จำนวน 13,562 ราย กัมพูชา 13,204 คน เป็นลาว 137 คน เมียนมา 221 คน ที่ไม่มีนายจ้าง จำนวน 13,848 ราย กัมพูชา 13,802 คน เป็นลาว 41 คน เมียนมา 5 คน กองกำลังบูรพา ได้ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแหล่งพักพิงของแรงงานปิดล้อมตรวจค้นตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.64 ถึงปัจจุบัน 205 พื้นที่ แรงงานที่ตรวจพบ จำนวน 5,419 คน โดยแบ่งเป็นประเภท 1.มีนายจ้าง ลงทะเบียนแล้ว 3,949 คน ยังไม่ลงทะเบียน จำนวน 555 คน 2.ไม่มีนายจ้าง ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 694 คน ยังไม่ลงทะเบียน จำนวน 221 คน โดยห้วงหลังจากลงลงทะเบียน วันที่ 13 ก.พ.64 ไปแล้วหากตรวจพบแรงงานผิกกฎหมายที่ยังไม่ลงทะเบียน จะทำการผลักดันกลับประเทศต่อไป
***ภาพ/เพลิน พิมพ์อรัญ/ข่าว สมศักดิ์ สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน