อนุกรรมาธิการและเลขานุการ ใน กมธ.การแรงงาน วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ

อนุกรรมาธิการและเลขานุการ ใน กมธ.การแรงงาน วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ

 

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายภควัต เงยเจริญ อนุกรรมาธิการและเลขานุการ ใน กมธ.การแรงงาน วุฒิสภา เปิดเผยว่า นางนงลักษณ์ ก้านเขียว ประธานอนุกรรมาธิการด้านการจัดหางานและพัฒนาฝีมือแรงงาน วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ณ ห้อง CA 429 อาคารรัฐสภา โดยมีประเด็นพิจารณา ดังนี้

1. พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการในรอบระยะเวลา 2567-2569
​ในช่วงระยะเวลาปี 2567 – 2569 ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาเรื่องที่สำคัญมาแล้วหลายเรื่อง โดยเรื่องที่สำเร็จจนเป็นรายงานการพิจารณาศึกษามีทั้งสิ้น2 เรื่อง
​1) รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง กรอบแนวคิดการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มการพัฒนาแรงงานแห่งชาติ (National Labour Development Digital Platform: NLDD)

2) รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวกรณีศึกษา จังหวัดระนอง: ความท้าทาย นโยบาย และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจสังคม
ซึ่งจะได้นำเสนอเป็นผลงานเด่นของคณะอนุกรรมาธิการต่อไป


2. พิจารณาความคืบหน้าของคณะทำงานศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุและวัยหลังเกษียณ
คณะทำงานศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุและวัยหลังเกษียณไก้วางแผนการจัดทำรายงานการพิจารณาการศึกษาของคณะกรรมาธิการ แบ่งเป็น 12 กลุ่มภารกิจงาน โดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของกลุ่มที่ 1-3 มีเป้าหมายหลักเพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อผู้สูงอายุจากภาระให้เป็นทรัพยากร โดยมุ่งศึกษาคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมที่ช่วยเพิ่ม GDP และลดงบประมาณสาธารณสุข พร้อมจัดทำฐานข้อมูลแรงงานสูงวัยและผู้ใกล้เกษียณอย่างเป็นระบบ

เพื่อนำมาวิเคราะห์จับคู่กับความต้องการของนายจ้างและชุมชนผ่านแบบจำลองการเชื่อมโยงที่มีประสิทธิภาพ ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการจูงใจ เพื่อขับเคลื่อนการจ้างงานผู้สูงอายุให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืนโดยมีการดำเนินงาน 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติที่ 1 การวิเคราะห์คุณค่า ผลกระทบ มิติที่ 2 การวิเคราะห์อุปทานแรงงาน มิติที่ 3 การวิเคราะห์อุปสงค์แรงงาน และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและกฎหมายซึ่งเป็นมาตรการจูงใจพร้อมเสนอทางเลือกด้านโครงสร้างกฎหมาย โดยมีการนำข้อมูลสถิติผู้สูงอายุเดือนมินาคม 2569 ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แรงงานผู้สูงอายุกระจุกตัวมากในแต่ละพื้นที่ ขณะที่ประชากรวัยแรงงานและวัยเด็กมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้กำลังแรงงานในอนาคตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน

 

ในการพิจารณาลำดับถัดไปจะได้พิจารณาแนวทางการจ้างงานผู้สูงอายุโดยเชิญผู้แทนจาก ประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศสิงคโปร์ เข้าร่วมการประชุม ทั้งสองประเทศประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผู้สูงอายุให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างรูปธรรม เช่น
1. ประเทศญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการแรงงานสูงวัยผ่านการผสมผสานกฎหมายบังคับและมาตรการสนับสนุน ควบคู่ไปกับการจัดตั้งศูนย์ทรัพยากรมนุษย์วัยเงินเพื่อเชื่อมโยงงานในชุมชน
2. ประเทศสิงคโปร์มีใช้กลไกทางกฎหมายที่เข้มแข็งผ่านพระราชบัญญัติการเกษียณอายุและการจ้างงานใหม่ (Retirement and Re-employment Act) อีกทั้ง ยังมีการปรับสัดส่วนเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (CPF) และให้เงินอุดหนุนค่าจ้างเพื่อลดภาระต้นทุนของนายจ้าง

Related posts