ชลบุรี-สุดท้อ! เจ้าของร้านอาหารเตรียมปรับกลยุทธรับมือ ประกาศร้านอาหารห้ามนั่งทานเจอคำสั่งล็อกดาวน์ (มีคลิป)

ชลบุรี-สุดท้อ! เจ้าของร้านอาหารเตรียมปรับกลยุทธรับมือ ประกาศร้านอาหารห้ามนั่งทานเจอคำสั่งล็อกดาวน์

 

ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี และ สบค.ได้ อนุมัติให้มีการล็อกดาวน์เพิ่มอีก3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา , ชลบุรี , อยุธยา เป็นพื้นที่สีแดงเข้มที่มีตัวเลขการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนมาก และยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ดังกล่าวจะทำให้พื้นที่ 13 จังหวัดจำเป็นต้องงดการเดินทางเข้าออก และจะอนุญาตให้ผู้ที่สามารถเดินทางเข้าออกพื้นที่ได้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้นซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ โดยคำประกาศการล็อกดาวน์ 13 จังหวัดที่มีตัวเลขการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวนมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากรัฐบาลไม่เลือกใช้วิธีนี้ก็อาจทำให้เชื้อแพร่ระบาดไปไกลในทุกจังหวัด และอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวอภิญญา ศรีหมวดและนางสาวพัสวี มีอนันต์ สองผู้บริหาร ร้าน สเต็ก ลุงหยิก สาขา บ่อวิน ซึ่งเพิ่งเปิดได้ไม่นานก็มาประสบปัญหาเรื่อง โควิค-19 ตอนครั้งที่ 2 -3 ทางร้านพยายามปรับรูปแบบต่างๆ เพื่อจะประครองให้ร้านอยู่ได้และลูกน้องอยู่ได้ ได้ปรับกลยุทธการบริการให้กับลูกค้า หากคำสั่งห้ามทานในร้านเราก็มีบริการ เดลิเวอรี่ สั่งผ่านแก๊ป หรือ ให้เด็กของทางร้านไปส่งเพื่อเป็นเพิ่มรายได้ให้กับเค้าช่วงนี้ และช่วงนี้ก็ปรับเวลาเปิด-ปิดของทางร้านโดยให้บริการตั้งแต่11.00น.-20.00น. สำหรับสาระสำคัญของประกาศที่เผยแพร่วันนี้ที่ลงนามโดยพล.อ. ประยุทธ์ มีสาระสำคัญดังนี้ 1. การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ กำหนดปรับปรุงเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเพิ่มอีก 3 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา

จากประกาศมาตรการล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวครั้งที่แล้วที่มีผลมาแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. ซึ่งครอบคลุม 10 จังหวัดไปแล้ว คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส 2. มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและดำเนินกิจกรรมของบุคคล ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นใหม่ ให้จำกัด หรืองดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกเคหสถานหรือที่พักโดยไม่จำเป็น หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น ยกเว้นบางกรณีที่จำเป็น เช่น การเดินทางเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ยาหรือเวชภัณฑ์ การเดินทางเพื่อพบแพทย์และรับบริการทางการแพทย์ เป็นต้น 3. กำหนดพื้นที่ห้ามออกนอกเคหสถานเพิ่มเติม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ห้ามบุคคลใดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันนับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ

ภาพ/ข่าว-ไพโรจน์ วรนุชกุล/ฐานภัทร อะเวลา ( เอก ชลนิวส์) สัมภาษณ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการชลนิวส์ ทีวี online รายงานจากศูนย์ข่าวชลนิวส์ ทีวี online 8/68 ม.2 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โทร 087-6142444

Related posts