รวบ 2 ผัวเมียรับจ้างขนยาไอซ์ ล็อตใหญ่ หนัก 30 กิโล มูลค่า 30 ล้าน ส่งขายลูกค้า ในบ่อนกาสิโน ประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อเวลา 13.10 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ศูนย์ฝึกอบรมตร.ภูธร 2 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี “เดอะยิ้ม” พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 “รองโย๊ะ” พล.ต.ท.ธีรพล จินดาหลวง ผทค.พิเศษ.ตร.ปฎิบัติราชการ ภ.2 พล.ต.ต.วีระ จิรวีระ รอง ผบช.ภ.2 “รองเดย์”พล.ต.ต.ณพวัฒน์ อารยางกูร รอง ผบช.ภ.2 “รองไก่” พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ ช่วยราชการ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, “หนุ่มสุพรรณ” พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว, “ผกก.เต๋า” พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว 2 สามีภรรยา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด(ยาไอซ์)

1.นายเบี้ยว นามสมมุติ ราษฎรในพื้นที่ ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว และ น.ส.อร นามสมมุติ ราษฎรในพื้นที่ ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีพฤติกรรมรับจ้างขนยาเสพติดบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนทำการจับกุม “ผกก.เต๋า” พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก พ.ต.ท.ณัฐพล ชนะศุภกาญจน์ สวป.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดขนยาไอซ์ ล็อตใหญ่ ข้ามฝั่งจากประเทศไทยไปส่งยังประเทศกัมพูชา โดยขบวนการค้ายาเสพติดจะใช้วิธีการขนยาไอซ์ผ่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งขบวนการขนยาไอซ์ จะใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว คาดดำ เป็นยานพาหนะ โดยจะนำยาไอซ์ที่ได้ซุกซ่อนมาส่งให้กับนายเบี้ยวและน.ส.อร

ซึ่งมีประวัติในการรับจ้างขนยาเสพติด จนท.ชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนจนทราบว่า จุดนัดหมายที่นายเบี้ยวและน.ส.อร จะทำการขนยาไอซ์ออกนอกประเทศไทยนั้นเป็นบริเวณช่องทางธรรมชาติ บ้านเขาน้อยสีชมพู หมู่ที่ 5 ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยจะใช้รถจยย.ขนยาไอซ์ มาตามเส้นทางแยกบ้านโคกสะแบง-บ้านหนองเอี่ยน จ.สระแก้ว เพื่อไปส่งให้ขบวนการค้ายาที่รอรับยาไอซ์อยู่ในเขตประเทศกัมพูชา ต่อมาเมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 21 มิ.ย.2563 พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก พร้อมตร.ชุดสืบสวน สภ.คลองลึก และชุดสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ได้สนธิกำลังวางแผนจับกุม โดยได้ตั้งจุดสกัดจับ บริเวณหน้าที่พักสายตรวจตำรวจชุมชนบ้านท่าข้าม หมู่ที่ 1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนกระทั่ง นายเบี้ยว และ น.ส.อร 2 สามีภรรยา ขับขี่รถจยย.กำลังจะผ่านด่าน จึงเข้าทำการตรวจค้น พบยาไอซ์ ลักษณะเกล็ดสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่ซีลปิดด้วยพลาสติกกันความร้อนบรรจุอยู่ในถุงชาสีเขียวอ่อนยี่ห้อ CHINESE PIN WEI (ZH 555) หุ้มด้วยพลาสติกใส

โดยนายเบี้ยว ได้วางกระเป๋าเป้แบบสะพายหลังสีดำ-เทา ยี่ห้อ GIOARMY ไว้ที่ระหว่างช่องขา โดยยาไอซ์ที่ตรวจพบมีน้ำหนักประมาณ 15,000 กรัม(15 กิโลกรัม) ส่วน น.ส.อร ได้ซุกซ่อนกระเป๋าเป้แบบสะพายหลังสีดำยี่ SPORTS ไว้ที่หน้าขาขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายเบี้ยวขับขี่มา พบยาไอซ์มี น้ำหนักประมาณ 14,000 กรัม รวมของกลางที่ตรวจยึดได้น้ำหนักรวม 29 กิโลกรัม นอกจากนี้จนท.ตร.ยังได้ยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า นายเบี้ยวกับ น.ส.อร ว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย และ ขับขี่ยานพาหนะ(รถจักรยานยนต์) ขณะมีสารเสพติด(เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกาย

ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการสอบสวน นายเบี้ยวและน.ส.อร ให้การ รับสารภาพว่ารับจ้างขนยาไอซ์ได้ค่าจ้าง กิโลกรัมละ 5,000 บาท โดยก่อนเกิดเหตุ นายเทน (นามสมมุติ) และนางจัน(นามสมมุติ) ได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีขาว คาดดำ หมายเลขทะเบียน 7 กฌ 8312 กรุงเทพฯ เป็นผู้นำยาไอซ์มาส่งให้ จนท.ตร.ชุดสืบสวนจึงไล่เช็คกล้องวงจรปิด ก่อนติดตามไปจับกุม 2 ผู้ต้องหาพร้อมรถยนต์ของกลางขณะจอดอยู่ที่บ้านเลขที่ 32 หมู่ที่ 10 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ได้ทำการตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก และได้ทำการจับกุมนายเทน (นามสมมุติ) และนางจัน (นามสมมุติ) พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายและได้ยึดทรัพย์เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันและและปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ดังนี้

1. อาวุธปืนเครื่องกระสุนชนิดต่าง จำนวน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนชนิดต่าง 2. รถยนต์ จำนวน 3 คัน 3. จักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน 4. ของกลางชนิดอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 64 รายการ
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 จนท.ตร.ได้สืบสวนขยายผลเกี่ยวกับยาไอซ์ของกลางที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ สภ.คลองหาด ได้จับกุมนายต่าย (นามสมมุติ) ซึ่งมีพฤติการณ์รับจ้างขนยาไอซ์ ซึ่งเป็นราษฎร ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 9 ถุงๆ ละ 100 กรัม รวม 900 กรัม โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำน่ายโดยผิดกฎหมาย นายต่าย (นามสมมุติ) และรับว่าเป็นของตน จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด ดำเนินคดีต่อไป สำหรับมูลค่ายาเสพติด(ยาไอซ์)ของกลางในการจับกุมครั้งนี้สำนักงานปปส.จ.สระแก้ว แจ้งว่ามีมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 กล่าวว่าในเรื่องนี้ พล.ต.ต.ปราศรัย จิตสนธิ ผบก.สระแก้ว ก็จะทำการสืบสวนเรื่องเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้งหมดว่ามีเส้นทางอย่างไร และจะร่วมกับปปง.ทำการยึดทรัพย์ในคดีนี้รวมทั้งเครือข่ายมาดำเนินคดีเพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากภาคตะวันออก ในคดีนี้มีการสืบสวนอย่างครอบคลุมครบถ้วน จะดำเนินการเรื่องเส้นทางการเงินถือว่าเป็นการจับกุมที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ได้ทำมา ในส่วนยาเสพติด(ยาไอซ์)ล็อตนี้ได้รับแจ้งจากปปส.ว่าล็อตนี้มีการขนมาจำนวน 40 กิโลกรัม เพื่อจะนำไปจำหน่ายในบ่อนต่างประเทศ มีการลักลอบเอาออกไปได้ประมาณ 10 กิโลกรัม ส่วนอีก 30 กิโลกรัมทางเราสามารถจับกุมได้ ในส่วนตัวการใหญ่ของขบวนการค้ายาไอซ์ครั้งนี้อยู่ที่ จ.นนท์บุรี เรากำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่มั่นใจว่าสามารถจับกุมได้อย่างแน่นอน สำหรับยาไอซ์ล็อตนี้เป็นยาไอซ์ที่ลักลอบขนมาจากประเทศพม่า ผ่านประเทศไทยเพื่อนำไปจำหน่ายในประเทศกัมพูชา มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท

ทีมข่าวชลนิวส์ รายงาน